กลยุทธ์การลงทุน Crude Oil (WTI) ประจำวันที่ 6 ม.ค. 2569
6 ม.ค. 2026
Day ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นหลังจากร่วงลงบริเวณแนวรับในช่วงบ่าย 56.311 ปรากฎสัญญาณ Bullish Divergence H1 ราคามีการ rebound ขึ้นประกอบกับ ความกังวลในเรื่องโอกาสที่สหรัฐจะบุกเข้าโจมตี อิหร่าน เช่นเดียวกัยเวเนซุเอล่า นอกจากนี้นักลงทุนประเมินผลกระทบที่เกิดต่อปริมาณน้ำมันดิบของเวเนซุเอล่า
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 58.32 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.74%
สหรัฐอาจจ่ายเงินชดเชยหรือชดใช้ให้กับบริษัทน้ำมันอเมริกัน..
- ทรัมป์จะจ่ายเงินชดเชยให้บริษัทน้ำมันอเมริกัน ที่ข่วยลงทุนในเวเนซุเอล่า ในรูปแบบ เงินอุดหนุนจากรัฐบาลสหรัฐ หรือส่วนแบ่งรายได้จากการผลิตน้ำมันในอนาคต
นักวิเคราะห์ AS Global คาดวว่า “ไม่น่าจะส่งกระบทบต่อราคาน้ำมันอันใกล้นี้
- ณ ปัจจุบัน เวเนซุเอล่า ผลิตน้ำได้เพียง ไม่ถึง 1 ล้าน บาร์เรลต่อวัน (ไม่ถึง 1% ของความต้องการของโลก” ส่งออกเพียงแค่ 500000 บาร์เรล) ซึ่งเป็นเช่นนี้มานานหลายสิบปี เนื่องจากการบริหารจัดการล้มเหลว หลังจาก เวเนสุเอล่า ประกาศเป็นรัฐวิสาหกิจ ในปี 2000 (ซึ่งยึดมากจาก 2 บริษัทใหญ๋ที่เคยได้สิทธมาทำสัมประทานน้ำมันในเวเนซุเอลา) และขาดเงินทุนจากต่างชาติในการร่วมพัฒนาการขุดเจาะต่อ
- PDVSA บริษัทน้ำมันแห่งชาติของเวเนซุเอลา เริ่มปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบ หลังเผชิญปัญหาพื้นที่จัดเก็บใกล้เต็ม เนื่องจากการปิดล้อมการส่งออกของสหรัฐฯ ส่งผลให้การส่งออกหยุดชะงักเป็นศูนย์ และยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลเฉพาะกาล ที่กำลังพยายามประคองอำนาจ ท่ามกลางการข่มขู่จากสหรัฐว่าอาจใช้ปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติม
- ก่อนหน้านี้ การขนส่งน้ำมันของบริษัทเชฟรอนที่มุ่งหน้าสู่สหรัฐฯ ถือเป็นข้อยกเว้น โดยยังสามารถดำเนินต่อไปได้ เนื่องจากบริษัทได้รับใบอนุญาตจากสหรัฐฯ ให้ดำเนินกิจการในเวเนซุเอลา อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการขนส่งทางเรือระบุว่า แม้แต่การส่งออกในส่วนดังกล่าวก็ได้หยุดลงตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
- ทรัมป์ประกาศ อนุญาติให้ บริษัทน้ำมันรายใหญ่ในสหรัฐ เข้าไปดูแลโครงสร้างพื้นฐาน ด้านพลังงานของเวเนซุเอล่า และย้ำว่า “มาตราการคว่ำบาตรน้ำมันเวเนซุเอล่า มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ”
- สหรัฐจะใช้รายได้ จากน้ำมันสำรองในเวเนซุเอล่า เป็นค่าใช้จ่ายในการปฎิบัติเคลื่อนไหวของสหรัฐ ใน เวเนซุเอล่า
OPEC + ประกาศคงกำลังการผลิต ….. ปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน ต่อความกังวล อุปทานน้ำมันล้นตลาด
- 4 ม.ค. OPEC+ Meeting มติคงกำลังการผลิตน้ำมันในการประชุมฉุกเฉิน โดยหลีกเลี่ยงการหารือถึงวิกฤตการเมือง ที่กำลังกระทบประเทศสมาชิกผู้ผลิตน้ำมันหลายแห่ง
- ซึ่งประเทศสมาชิก OPEC+ 8 ชาติ มีกำลังการผลิตคิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของน้ำมันโลก โดยเกิดขึ้นหลังราคาน้ำมันปรับตัวลดลงมากกว่า 18% ในปี 2025 ถือเป็นการร่วงลงรายปีรุนแรงที่สุด นับตั้งแต่ปี 2020 ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาด
H4/H1 ราคายังคงเคลื่อนไหวในรูปแบบ Sideway Down H4 / H1 rebound ขึ้นหลังจากปรากฎสัญญาณ Bullish H1 ทั้งนี้ หากราคาสามารถยืนเหนือ 58.445 ได้จะเถือเป็นการสิ้นสุดโครงสร้างเทรนด์ขาลงระยะสั้น
คำแนะนำ
- เปิดสถานะซื้อ (รอสัญญาณซื้อ) กรอบ 57.588 -57.802 / SL 57.500 เพื่อทำกำไร 57.897/57.976/58.108/58.108/58.295/58.333/58.410
- เปิดสถานะ:ขาย (รอสัญญาณขาย) กรอบ 58.799-58.445 / SL 58.900 เพือทำกำไร ที่ 58.286/58.193//58.042
แนวรับ 56.311/56.070/55.025
แนวต้าน 58.445/58.799/59.686

โดย Trin Anuwattanawong